ภาษี E-Service กระทบคนเล่นเกมอย่างไร กระเทือน บ. เกมไหม

ร่าง พ.ร.บ. E-Service ผ่านความเห็นชอบโดยสภาวาระแรกเป็นที่เรียบร้อย (อ่านข่าวย้อนหลัง) ซึ่งเมื่อพิจารณาครบทุกขั้นตอนจึงจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมาย ผลที่ตามมาคือการซื้อ/ใช้บริการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากบริษัทข้ามชาติที่เดิมไม่ได้มีออฟฟิศตั้งอยู่ในไทยจะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) จากค่าบริการ 7% เพื่อส่งเป็นภาษีให้รัฐบาลไทย แน่นอนพวกราคาเกมบน Steam หรือบริการสตรีมมิ่งเพลงและหนัง ฯลฯ ผู้บริโภคอย่างเรา “อาจจะ” ต้องจ่ายแพงขึ้น

คำถามคือแล้วมีโอกาสไหมที่เราจะจ่ายเท่าเดิม แล้วภาษีตัวนี้มันกระเทือนบริษัทต่าง ๆ เช่น บริษัทเกมไหม อย่างไร

ก่อนเฉลย ผู้เขียนจำเป็นต้องแจกข้อมูลเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องภาษีอย่างง่ายไปในทิศทางเดียวกัน

ข้อแรก คือรัฐบาลทั่วโลกหัวเสียเรื่องการไม่สามารถจัดเก็บภาษีบริษัทข้ามชาติเหล่านี้มานานแล้ว อาจเพราะเทคโนโลยีมันพัฒนาเร็วไปกว่ากฎหมาย ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกยังคงยึดหลักการเก็บภาษีตามแนวของอนุสัญญาภาษีซ้อน อธิบายแบบไม่ลงลึกก็คือเมื่อบริษัทที่จดทะเบียนสำนักงานใหญ่ที่ประเทศ A ไปตั้งสาขาย่อยในประเทศ B และขายสินค้า เช่น ขายเกมแบบดิจิตอลให้คนในประเทศ C ภาษีเงินได้ (จำชื่อภาษีเงินได้ไว้ให้ดี ๆ นะครับ) ที่เกิดจากการขายสินค้านี้จะถูกหอบกลับไปยังประเทศ A ที่เป็นสำนักงานใหญ่ทั้งหมด รัฐบาลในประเทศ B และ C ไม่ได้อะไรเลยจากการซื้อขายครั้งนี้ นอกจากนี้ธุรกิจย่อมเป็นธุรกิจ ทุกบริษัทไม่ชอบจ่ายภาษีอยู่แล้ว (แน่นอนว่าผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ก็ไม่ชอบ) จึงหาทางเลี่ยง โยกย้ายผลกำไรไปยังสาขา ณ ประเทศฐานภาษีต่ำ (Tax haven) และออกใบเสร็จว่าผู้บริโภคซื้อของมาจากสาขานั้นทำให้บริษัทเสียภาษีน้อยลง มีความพยายามแก้ไขกฎหมายนี้มานานแต่ไม่เป็นผล หลายประเทศจึงพยายามตั้งภาษีแบบใหม่ เช่น ฝรั่งเศสจะเก็บภาษีดิจิตอล แต่อเมริกาก็ไม่ยอม ทรัมป์ตอบโต้กลับโดยบอกว่าจะเก็บภาษีไวน์ สุดท้ายเลยต้องเบรกหักเลี้ยวกลับไปเจรจาหาทางออกร่วมที่ยังดูเป็นทางตัน ภาษีเงินได้มูลค่ามหาศาลที่หลายรัฐอยากให้แบ่งอย่างยุติธรรมจึงยังคงใช้ระบบที่มีช่องโหว่เหมือนเดิม

ข้อสอง พ.ร.บ. E-Service ที่เพิ่งผ่านสภามีเนื้อหาว่าด้วยเรื่องการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) ไม่ใช่ภาษีเงินได้ ดังนั้นกฎหมายนี้จึงไม่ได้ไปแก้ปัญหาการเก็บภาษีบริษัทข้ามชาติไม่ได้ตามข้อหนึ่งแต่อย่างใด และโดยพื้นฐานภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นหน้าที่ของประชาชนเป็นผู้ต้องจ่าย ไม่ใช่ภาระของบริษัทผู้ให้บริการ นอกจากนี้เจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. นี้มีขึ้นเพื่อความเท่าเทียมทางภาษีระหว่างบริษัทในประเทศและบริษัทข้ามชาติเท่านั้น เพื่อมิให้บริษัทข้ามชาติมีอำนาจในตลาดเรื่องราคาสินค้าไปมากกว่าบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ตัวอย่างเช่น เดิมไทยสามารถเก็บ Vat จากตัวแทนจำหน่ายเกมภายในไทย ขายแผ่นละ 100 ต้องบวกราคาเพิ่ม 7% เป็น 107 บาท ส่งให้รัฐ 7 บาท แต่บริษัทข้ามชาติอาจเอาเกมเดียวกันมาขายในราคา 100 บาทแต่ไม่ต้องเก็บ Vat ดังนั้นอาจเกิดการแข่งขันที่เสียเปรียบเพราะคนจะแห่ไปซื้อของ 100 บาทจากบริษัทที่ไม่บวกภาษีมากกว่า กฎหมายนี้จึงมีขึ้นเพื่อความเท่าเทียมระหว่างผู้ประกอบการ หรืออีกนัยคือ “เราจะเสียภาษีอย่างเท่าเทียมนั่นเอง”

ตอบคำถาม

พ.ร.บ. E-Service จะบังคับให้บริษัทข้ามชาติที่ทำรายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปีต้องจดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรไทย ผลคือมีสองทางเลือก หนึ่งผู้ประกอบการอาจขายของราคาเท่าเดิม ยอมเข้าเนื้อ 7% จ่ายภาษีแทนคนไทย หรือสองบวกราคาเพิ่ม 7% ผลักภาระให้ผู้บริโภค ซึ่งประเด็นนี้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากรให้สัมภาษณ์กับสื่อ THE STANDARD ว่า “ในหลายประเทศ พวกดาวน์โหลดหนัง หรือเป็นสมาชิกดูหนัง ส่วนใหญ่เขาไม่ได้คิด (ไม่ได้บวก Vat เพิ่ม) ง่าย ๆ เขาไปคิดคนก็ย้ายไปอีกค่าย มันขึ้นอยู่กับตลาดการแข่งขัน แต่บางอันถ้าเขามีอยู่ไม่กี่เจ้า เขาอาจผลักภาระให้ผู้บริโภค อันนี้ก็ต้องยอมรับ” หรือสรุปคร่าว ๆ คือในกลุ่มสินค้าที่มีการแข่งขันสูง มีผู้ค้าหลายรายเขาอาจไม่บวก Vat แต่ยอมจ่ายแทนผู้บริโภค แต่ถ้าสินค้าที่มีคู่แข่งน้อยรายก็มักจะผลักภาระให้ผู้บริโภคจ่ายแพงขึ้น 7% เอง ซึ่งจากการคาดการณ์ประกอบกับการสำรวจข้อมูลของผู้เขียน มีความเป็นไปได้สูงว่าราคาเกมบนร้านค้าออนไลน์จะบวกราคาเพิ่ม 7% ดำเนินรอยตามหลายประเทศ เช่น คนเล่นเกมในสหภาพยุโรปต่างต้องจ่าย Vat ทุกครั้งที่ซื้อเกมบน Steam อย่างถ้วนหน้า ดังนั้นเตรียมตัวจ่ายแพงขึ้นได้เลย

หลายคนหลงฝันดีใจไปแล้วว่าที่สุดรัฐไทยก็สามารถเก็บภาษีบริษัทพวกนี้ได้สักที มากอบโกยรายได้กับคนไทยแต่ไม่เคยเสียภาษีได้ยังไงฮะ! เมื่อได้รู้ความจริงว่า พ.ร.บ. E-Service ไม่ได้มีเพื่อการนั้นอาจฝันสลายไปในพริบตา แล้วกฎหมายนี่มันไปกระเทือนบริษัทเหล่านี้บ้างไหมหลายคนคงอยากจะรู้ ตอบง่าย ๆ คือแทบไม่กระเทือน มากสุดก็แค่มีภาระต้องจดทะเบียนภาษีกับไทย (ซึ่งทำได้ง่ายผ่านออนไลน์) และต้องส่งรายงานทางบัญชีไม่เกินวันที่ 15 นับแต่สิ้นเดือนที่ผ่านมา หากไม่ทำตามมีโทษปรับ คำถามแถมนิด ๆ คือถ้าไม่จ่ายไทยทำอะไรได้บ้าง เรื่องนี้ไม่น่าเป็นห่วงเพราะการเก็บภาษีนี่มีองค์การระหว่างประเทศช่วยดูแลและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างรัฐอยู่ นอกจากนี้บางประเทศมีท่าไม้ตายคือหากไม่ส่ง Vat ก็ให้กระทรวงดิจิตอลบล็อกไปเสีย อย่างไรก็ดีอธิบดีกรมสรรพากรระบุว่าที่ผ่านมาได้คุยกับหลายบริษัทยักษ์ใหญ่เรื่องนี้อยู่แล้ว เขาพร้อมจะทำตามขอเพียงออกแบบระบบให้ง่ายและมีกฎหมายมารองรับก็พอ

สรุปคือมีโอกาสสูงที่คนไทยจะจ่ายค่าซื้อเกม (หรือบริการอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์แพงขึ้น และบริษัทเกมแทบไม่กระเทือนอะไรนอกจากต้องจดทะเบียนและมีภาระต้องเก็บภาษีจากผู้บริโภคส่งให้รัฐ ส่วนฝันหวานว่าบริษัทเหล่านี้จะเสียภาษีให้ไทยหลังกอบโกยรายได้เป็นกอบเป็นกำก็ต้องพับเก็บไปก่อนเพราะในทางระหว่างประเทศยังตกลงเรื่องกฎหมายไม่ได้เลย

Source
youtube.combrandinside.asia
อ่านต่อ

Sugar P.

กาย | ผู้มีชีวิตอยู่ได้ด้วยพลังน้ำตาลและคาเฟอีน